ประเด็นร้อน

เจาะสารพัดปัญหาทุจริต ศธ. ยิ่งขุด ยิ่งเจอ!!

โดย ACT โพสเมื่อ Dec 14,2018

- - ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน - -

 

คอลัมน์ การศึกษา

 

โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ กับสารพัดปัญหาทุจริตใน ศธ.

 

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่มี 'หมอธี' นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. นั่งหัวโต๊ะ เคาะตัวเลขการแก้ไขปัญหาทุจริต ศธ. ของ 10 หน่วยงาน ข้อมูลระหว่างเดือนสิงหาคม 2558 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 มีคดีทุจริตรวม 631 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 365 เรื่อง

 

อยู่ระหว่างดำเนินการ 266!! โดยเรื่องที่ดำเนินการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เช่น ทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการสืบสวนเสร็จแล้ว 100% อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย

 

โครงการก่อสร้างอควาเรียมหอยสังข์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงผู้ที่เกี่ยวข้องใน 6 กระทรวงแล้ว

 

โครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ในโครงการ Safe Zone School 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เสนอให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเสนอชื่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ประมาณ 70 รายของ ศธ. เป็นผู้บริหารระดับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ผู้อำนวยการโรงเรียน ส่วนกรรมการตรวจรับ 2,000 กว่าราย ทางทีมกฎหมายชี้ตรงกับทางศาลว่า ไม่เกี่ยวข้อง

 

ขณะที่ยังพบการทุจริตเบิกเงินซ้ำซ้อน ซึ่งเกิดขึ้นในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 29 ตั้งแต่ปี 2557 ความเสียหายประมาณ 15 ล้านบาท ซึ่งทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ชี้มูลมาแล้วให้สอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 11 ราย

 

ยังไม่นับรวมการทุจริตปั้นตัวเลขนักเรียนที่ไม่มีอยู่จริง หรือเด็กผี หลายจังหวัด เพื่ออัพเกรดจาก 'บิ๊ก ร.ร.เล็ก' ขึ้นแท่นเป็น 'บิ๊ก ร.ร.ขนาดใหญ่' ในช่วงฤดูกาลโยกย้ายที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขเด็กเพิ่มขึ้นจนผิดปกติในหลายจังหวัด...

 

ถึงขั้น 'หมอธี' ได้กำชับนายบุญรักษ์ ยอด

 

เพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ให้ปราบปรามอย่างจริงจัง และต้องลงไปตรวจสอบ

 

โรงเรียนใดที่เพิ่งมีการย้ายผู้อำนวยการโรงเรียน และหากมีข้อมูลผิดปกติว่าต้องการยกระดับ ก็ให้ไปสุ่มตรวจ ถ้าใครทุจริตและจับได้ไม่ต้องสอบนานเพราะมีข้อมูลชัดเจน...

 

แม้ 'หมอธี' จะประกาศเสียงดังว่าการแก้ปัญหาทุจริตก้าวหน้าไปค่อนข้างมาก แต่ช่วงที่มีการสางปัญหาเก่า ก็มีปัญหาทุจริตผุดขึ้นมาอีก ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ถึงขั้นสั่งไล่ออกข้าราชการระดับ 8 ซึ่งรับหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ออกทันที ฐานยักยอกเงินกองทุน โอนเงินค่าเล่าเรียนเด็กเข้าบัญชีตัวเอง พรรคพวกและญาติพี่น้องกินยาวตั้งแต่ปี 2551-2561 รวม 10 ปี ตัวเลขความเสียหายกว่า 41,861,181 บาท

 

พร้อมตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และตั้งกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรง ข้าราชการที่เกี่ยวข้องอีก 3 ราย อยู่ระหว่างเยียวยาผู้ที่มีสิทธิได้รับทุนแต่ไม่ได้รับทุนเนื่องจากมีการทุจริตขึ้น

 

ตามมาด้วยกรณีทุจริตงบฯ จัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 279 ล้านบาท

 

ซึ่งสรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีผู้บริหารระดับ 10 และ 11 ของ สพฐ.เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยได้สั่งย้ายนายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ออกจากพื้นที่มาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะอนุมัติการโอนเงิน

 

จากนั้นมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า มีการดำเนินการที่ผิดระเบียบพัสดุ และมีผู้บริหารเกี่ยวข้องเพิ่มอีก 3 ราย คือ ข้าราชการระดับ 8 และผู้อำนวยการโรงเรียน 1 ราย ซึ่งทั้ง 3 รายพบข้อมูลชัดเจนว่าทำผิด และจ่อถูกตั้งสอบวินัยอย่างร้ายแรงแน่นอน ส่วนผู้บริหารระดับ 11 นั้น ยังต้องรอสอบข้อมูลเชื่อมโยงเพิ่มเติม

 

ซึ่งต้องจับตารอดูว่า สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะมีบทสรุปอย่างไร...!!

 

และล่าสุด กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงการดำเนินโครงการเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา หรือยูนิเน็ต ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งมีการร้องเรียนว่าการเขียนขอบเขตงานหรือทีโออาร์

 

บางข้อส่อเฉพาะเจาะจงเกินไป เช่น บริษัทต้องมีสำนักงานอยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรจาก สกอ. อาจเข้าข่ายล็อกสเป๊ก หลังจากตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ ก็มีการสั่งเด้งนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) พ้นจากเก้าอี้ มานั่งเป็นเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)

 

จากที่ก่อนหน้านั้น สั่งโยกนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการ สกศ. เข้ากรุ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว หลังมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรืออควาเรียมหอยสังข์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

งานนี้ นพ.ธีระเกียรติยอมรับว่า การตรวจสอบการดำเนินโครงการยูนิเน็ต เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจโยกนายสุภัทรออกจาก

ตำแหน่งเลขาธิการ กกอ. แต่ไม่ได้หมายความว่านายสุภัทรทำผิด

ถือเป็นช่วงจังหวะที่คล้องจองเพราะจะทำให้การสอบสวนต่างๆ มีความสะดวกขึ้น

เรื่องนี้นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า การตรวจสอบปัญหาทุจริตถือเป็นเรื่องดี แต่เท่าที่ดูสถานการณ์ตอนนี้การทำงานของข้าราชการซี 11 ดูปั่นป่วน การโยกย้ายแต่ละครั้ง เพราะถูกตรวจสอบ แม้จะยังไม่ตัดสินว่าถูกหรือผิด ก็ย้ายออกจากตำแหน่ง ทั้งที่กว่าจะได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการซี 10 และ 11 ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องสั่งสมประสบการณ์ และได้รับการยอมรับ การตรวจสอบ

 

"การย้ายออกจากตำแหน่งโดยที่ยังไม่ตัดสิน หรือชี้มูลความผิด ถือว่าไม่แฟร์ และไม่เป็นธรรมกับข้าราชการ ศธ. ทำให้ตำแหน่งเลขาธิการ สกศ.กลายเป็นที่ให้คนที่หาที่ลงไม่ได้มาอยู่ และช่วงหลังการโยกย้ายของ ศธ.ทำให้ข้าราชการมีความหวั่นไหว ไม่กล้าทำงานทุ่มเท และไม่กล้าลงไปเอาจริงกับการทำงาน เพราะหากถูกตรวจสอบ แม้ยังไม่ตัดสินก็อาจจะถูกย้าย ซึ่งไม่แฟร์ และสุดท้ายหากสรุปผลสอบว่าไม่ผิด ก็ไม่สามารถชดเชยให้เขากลับมาตำแหน่งเดิม หรือคืนศักดิ์ศรีให้กับข้าราชการได้" นายสมพงษ์กล่าว

เรียกว่า      ยิ่งขุด ก็ยิ่งเจอ สารพัดปัญหาทุจริตใน ศธ. ที่จะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาให้เช็กบิลอีกมาก ซึ่งการตรวจสอบก็ควรจะต้องมีความเป็นธรรม ไม่ใช่ปักธง หรือเร่งรีบดำเนินการมากเกินไป

เพราะอาจพลาด ไม่สามารถจับคนผิดมาลงโทษได้!!

 

 

 

 

#ร่วมเป็นคนไทยตื่นรู้สู้โกง

#ACTองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน

 

Follow LINE: http://bit.ly/2luX9Dt
Follow Facebook: http://bit.ly/2z1Dxvw