ประเด็นร้อน

นโยบายปราบโกง!! ท้าทายแคนดิเดตนายกฯ

โดย ACT โพสเมื่อ Feb 12,2019

- - ขอบคุณข้อมูลจาก คมชัดลึก - -

 

คอลัมน์ อยู่บนภู (ฐานเศรษฐกิจ) : โดย กระบี่เดียวดาย


เข้าสู่โหมดการเลือกตั้งเต็มรูปแบบ ที่ประชาชนจะได้ใช้สิทธิตัดสินอนาคตของประเทศ นับจากนี้ เหลือเวลาอีก 44 วัน หลังพรรคการเมืองยื่นรายชื่อผู้แทนสมัครรับเลือกตั้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้งระบบแบ่งเขตและระบบบัญชีรายชื่อ รวมทั้งรายชื่อแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับเสนอชื่อของพรรคพลังประชารัฐในวันสุดท้ายเช่นเดียวกันก่อนหน้านี้พรรคการเมืองต่างทยอยงัดนโยบายขึ้นมาประชันขันแข่งกันบ้างแล้ว เพื่อหวังยึดครองคะแนนเสียงประชาชน แต่ไม่มีพรรคใดเลยที่ชูธงนโยบายปราบปรามคอร์รัปชันให้สิ้นซากเป็นนโยบายหรือแคมเปญใหญ่ในการหาเสียง จะมีบ้างก็อาจจะแตะประปรายธรรมาภิบาลบ้างอะไรบ้าง


แต่ไม่เห็นรูปธรรมของการปราบคอร์รัปชัน ต้องยอมรับว่าคอร์รัปชันเป็นมะเร็งร้าย ที่กัดกินสังคมไทยมาช้านานและรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ปัจจัยคอร์รัปชันเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ล้มรัฐบาลมาหลายต่อรัฐบาล กระทั่งเงื่อนไขไปสู่การรัฐประหารในแต่ละครั้ง ก็มีปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการที่รัฐบาลคอร์รัปชัน เหมือนกับครั้งล่าสุดที่การคอร์รัปชันเกิดขึ้นมโหฬารในโครงการจำนำข้าว ซึ่งศาลได้พิพากษาจำคุกรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล และพิพากษาจำคุกอดีตนายกรัฐมนตรีที่ไม่ระงับยับยั้งก่อให้เกิดความเสียหายในโครงการและต่องบประมาณแผ่นดิน


ไปดูผลการสำรวจขององค์กรความโปร่งใสนานาชาติล่าสุด คะแนนความโปร่งใสของไทยลดลงจาก 37 เป็น 36 อันดับประเทศคอร์รัปชันพุ่งขึ้นจาก 96 เป็น 99 จากทั้งหมด 180 ประเทศชี้ให้เห็นสถานการณ์แรงขึ้น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมืองเมื่อต้นปีผู้ตอบแบบสอบถาม 28% เห็นว่านโยบายของพรรคการเมืองควรตรวจสอบได้ 26% คิดว่าควรจะใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า


อย่างไรก็ดีถึงขณะนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองใดออกมาให้ความเห็นหรือตอบรับประเด็นนี้ ทั้งที่ในความเป็นจริง พรรคการเมืองควรที่จะให้พันธสัญญากับประชาชนอย่างจริงจัง หรือเป็นคำประกาศในการรณรงค์หาเสียงว่าจะต่อต้านคอร์รัปชันทุกรูปแบบอย่างเข้มข้นเป็นจริงเป็นจัง มากกว่าการเกทับบลัฟแหลกคุยโวสัญญาว่าจะให้ในนโยบายด้านอื่นๆ ที่เรียกกันว่าประชานิยมหรือกึ่งประชานิยม ซึ่งมุ่งใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างไม่คุ้มค่าทั้งสิ้น 


นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน บอกว่า ต้องการให้ “พรรคการเมือง และนักการเมือง ได้มีแนวทาง มีนโยบายในเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยเรื่องทุจริตคอร์รัปชันอยู่ในกระบวนการการปฏิรูปในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจะมีคนเข้าไปมีอำนาจ อยู่ในรัฐสภา รัฐบาล จึงมีความจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้พรรคการเมืองและนักการเมืองมีนโยบายเรื่องนี้อย่างชัดเจน ไม่เช่นนั้น ประชาชนจะไม่ได้อะไรเลย


“เรื่องคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่ และไม่เคยลดน้อยลงเลย ที่สำคัญส่งผลกระทบกับชีวิตชาวบ้าน กระทบกับวิถีชีวิตประชาชน แต่ไม่เคยมีใครทำเรื่องนี้จริงจังเลย”


อันที่จริงการคอร์รัปชันจะไปโทษว่าพรรคการเมือง นักการเมืองอย่างเดียว ดูเหมือนจะไม่ถูกต้องมากนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านักการเมือง พรรคการเมืองเป็นจุดเริ่มต้น กลไกสำคัญในการไขเข้าไปสู่การแก้ปัญหาให้บรรเทาเบาบางและลดน้อยถอยลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ฉะนั้นผู้นำพรรคการเมือง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารพรรค ตลอดจนสมาชิก โดยเฉพาะผู้นำพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่าง ไม่ปากว่าตาขยิบ “ตัวเองไม่โกงแต่ลูกน้องโกงต้องไม่เกิดขึ้น”


ใกล้เวลาชี้ชะตาประเทศเข้าไปทุกขณะ พรรคการเมืองใดกล้าชิงธงปราบคอร์รัปชันจริงจังได้ จะได้ใจประชาชนแน่นอน

ประชาชนจะใช้โอกาสกาบัตรเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้ ในการสั่งสอนนักการเมืองและเครือข่ายที่พัวพันคอร์รัปชันอื้อฉาวไม่ให้ได้ผุดได้เกิดกันเสียที !!!

 

 

 

 

 

 

#ร่วมเป็นคนไทยตื่นรู้สู้โกง

#ACTองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน

 

Follow LINE: http://bit.ly/2luX9Dt
Follow Facebook: http://bit.ly/2z1Dxvw