ภาพสื่อและการประชาสัมพันธ์

ACT Now EP. 6 การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

โดย ACT โพสเมื่อ Nov 03,2020

 

 

 ACT Now EP.6 - การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

มีประเด็นที่คนสนใจแล้วก็ไม่เข้าใจตรงนี้ครับว่ามีนายตำรวจใหญ่บอกว่าการปฏิรูปตำรวจต้องเป็นเรื่องที่ตำรวจทำกันเองเพราะว่าเขาเป็นคนที่ทำงานแล้วก็รู้ รู้จริง รู้เนื้องานว่าควรจะแก้อย่างไร ควรจะปฎิรูปอย่างไร อย่างนี้จะได้ไหม อีกอันหนึ่งที่เขาพูดกันก็คือว่าการปฏิรูปตำรวจต้องค่อยเป็นค่อยไป อาจารย์คิดอย่างไรครับ
สรุปแล้วก็คือว่าอย่าไปปฏิรูปเลย ปฏิรูปทำไม คนอื่นจะมารู้อะไรดีกว่าฉัน ก็คือว่าดีอยู่แล้ว ก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปก็แล้วกันนะ เวลาปฏิรูปก็จะเป็นอย่างนี้แทบทุกครั้ง แต่ว่าประเทศที่เจริญแล้วโดยเฉพาะประเทศทางยุโรปหรือประเทศที่เขาเป็นอารยะ เวลาเขาปฏิรูป เขาไม่ได้ให้ตำรวจเป็นผู้ปฏิรูปเอง เขาให้คนภายนอก โดยเฉพาะผู้ทรงคุณวุฒิ เอามา เกณฑ์มาเลย มาให้ข้อคิดเห็น ประชาชนทั้งหลายคิดอย่างไร อะไรอย่างไร เพราะฉะนั้นจะได้มุมมองที่ไม่เหมือนเดิม ยากที่จะแก้ได้ถ้าเผื่อยังคิดอยู่ว่าจะต้องให้พวกเดียวกันเองปฏิรูป อังกฤษมี Reform Law เขาไม่เคยให้หน่วยงานเดิมของเจ้าตัวเป็นคนทำเรื่อง Reform เลย ซึ่งเป็นหลักสากลเลย/เราฟังนักบริหารหรือนักวิชาการ คนสายไหนก็แล้วแต่ ก็จะพูดอย่างนี้แหละ ว่าคนที่ศึกษาและเข้าใจปัญหา เข้าใจการทำงานทั้งระบบ จึงจะเหมาะสมที่จะเป็นผู้เสนอแนะว่าควรจะต้องปฏิรูปอย่างไร ไม่ใช่เอาคนในที่คลุกคลีกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ แล้วจะมาบอกว่าฉันจะเปลี่ยนแค่นี้ ฉันจะเปลี่ยนอย่างนี้
เราควรจะเร่งรัดกันอย่างไรดีครับอาจารย์ ผมเห็นว่า 1. ก็คือว่าต้องฟังคนนอกที่เขามีความรู้ความสามารถแล้วก็มีเหตุมีผลและได้ค้นคว้าวิจัยมาเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างชุดของท่านพลเอกบุญสร้างฯ แล้วก็ต่อด้วยท่านอาจารย์มีชัยฯ ในที่สุดแล้วก็ได้ร่างพรบ. ตำรวจแห่งชาติ กับร่างพรบ. สอบสวนคดีอาญาขึ้นมา จริงอยู่ ก็ยังไม่สมบูรณ์เท่าที่เราปรารถนาว่าต้องทำให้บริสุทธิ์ยุติธรรมอะไรทำนองนั้นซึ่งคงเป็นไปได้ยากในขณะนี้แต่ว่าดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้วก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ประชาชนมีที่พึ่งสามารถจะร้องทุกข์กล่าวโทษตำรวจเป็นที่พึ่งให้ประชาชนได้ด้วยและมีคณะกรรมการที่เป็นที่พึ่งของเขาเองด้วยทางตำรวจ ถูกร้องเรียนมา อะไรต่ออะไร หรือตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมอะไร ร้องเรียนต่อคณะกรรมการที่เป็นอิสระ 3 ชุด พอสมควร เป็นเรื่องน่าสนใจครับอาจารย์ นี้ครับ ก็ไม่ผ่านไม่ได้ ผมถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่มีความสำคัญ แต่น่าเสียดายที่เราก็ได้ทราบมาว่าพอเข้า ครม. ทางครม. ก็โยนให้ตำรวจไปดูหน่อยสิ ถอยหลังกลับไป/อะไรอย่างนี้ ทางตำรวจก็อย่างที่มีสว. บางท่านที่สนใจแล้วก็บอกว่าอย่างนี้ได้หรือ เขาเรียกแปลงสารอะไรทำนองนี้เปลี่ยนเนื้อหาอะไรไป
กรณีของความเป็นอาวุโสในปัจจุบันนี้เพราะว่าข้ามหัวคนมาเยอะ ข้ามมาก่อนแล้วถึงมาได้อาวุโส แล้วมาได้อาวุโสกว่าเขา เขาก็รับไม่ได้กับระบบดั้งเดิมที่มีอยู่เพราะฉะนั้นในเมื่อรับไม่ได้แล้วเราจะปล่อยให้กระบวนการเหล่านี้ เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องไปหรือ ให้มีบทเฉพาะกาล เข้าลำดับอาวุโสกับกระบวนการทั้งหลายก็อาจจะใช้เวลาสัก 1 ปี- 2 ปี เพื่อจัดเข้าระบบอาวุโสแล้วก็เริ่มต้นนับ 1 ใหม่แบบเดียวกับที่องค์กรของศาล ขยายอายุเป็น 65 นี้นะ แทนที่จะขยายทีเดียว พรวดเดียว 65 เลยซึ่งกระทบถึงข้างล่างอย่างมหาศาลเลย ก็ให้ขยายทีละ 1 ปี/ 61 ปีที่2/ 62 ปีที่3/ 63 แล้วก็ไปถึง 65 แล้วก็จบแล้วก็ใช้จนกระทั่งบัดนี้นี่คือวิถีทางที่แก้ไข
ก็คือเรื่องของความเป็นอิสระของการสอบสวนซึ่งเป็นหัวใจเราต้องการตรงนี้ เพราะว่าอะไร เพราะว่าจะทำให้ฝ่ายสอบสวนมีสถานะที่สูงขึ้น มีความรู้มากขึ้น มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น จนกระทั่งเทียบได้กับทางด้านของอัยการหรือของศาล แล้วขณะนี้เราได้ที่พึ่งแต่ทางด้านของตำรวจใช่ไหมครับ สำนักงานพิสูจน์พยานหลักฐานของทางสพฐ.ตร. แต่ว่าทางกระทรวงยุติธรรมได้สร้างสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ขึ้นมาเหมือนกันแต่ปรากฏว่าไม่ได้ใช้บริการเนื่องจากว่าถ้าหากว่าเริ่มมาจากของตำรวจแล้ว ของฝ่ายอื่นจะมายุ่งไม่ได้ ไม่เกี่ยวกัน/ ไม่เกี่ยวกัน แต่เราขอให้แก้ว่าให้มีทางเลือกของคู่ความ ถ้าหากพบว่ามีปัญหาของทางตำรวจ อะไรต่ออะไร ขอให้ใช้บริการของทางด้านกระทรวงยุติธรรม/ให้ถ่วงดุลกันได้ แล้วให้ศาลท่านฟังว่าท่านจะเชื่อทางไหน ก็เป็นเรื่องของท่าน แล้วเรายังสนับสนุนให้เกิดสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติขึ้นมา เพื่อที่จะได้เกิดผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาเยอะๆ เพราะว่าต่อไปในอนาคตกระบวนทางนิติวิทยาศาสตร์จะเป็นหลักเลยของการสอบสวนคดี เพราะว่าอะไร อย่างการวางระเบิด อะไรต่ออะไรการก่อการร้าย ใช้การสอบสวนทางบุคคลไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นพยานบุคคลในอนาคตจะลดความสำคัญลง เพราะอะไร เพราะพยานบุคคลพอไปที่ศาลแล้วโกหก/กลับคำได้ กลับคำได้ อะไรได้ใช่ไหมครับ ด้วยบุคคลเปลี่ยนตามอารมณ์หรือตามที่ว่าถูกซื้อได้อะไรได้ เพราะฉะนั้นเราเอาความจริง เอาวิทยาศาสตร์มาหักล้างกันดีกว่า
ท่านอาจารย์ครับด้วยเวลาสั้นๆ ได้รับฟังอาจารย์พูด อธิบายมาเราก็ได้เห็นว่าอะไรที่เป็นปัญหา อะไรที่ดี อะไรที่เป็นประโยชน์ อะไรที่คิดว่าเป็นเป้าหมายของการปฏิรูปตำรวจที่ประเทศไทยควรจะได้ขึ้นมา ในความเห็นของท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์เสนอแนะว่าถึงตอนนี้ประชานชนควรจะติดตามหรือมีส่วนในการเสนอแนะ หรือส่งเสียงได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้การปฏิรูปเป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ของคนไทยครับ ผมว่าที่สำคัญที่สุดก็คือการที่จะมีส่วนร่วมกฎหมายปฏิรูปนี้ต้องผนึกกันก็คือหมายความว่า สว. สส. จะต้องมาเป็นกรรมาธิการร่วมกันเพราะฉะนั้นอันนี้เป็นเทคนิคที่มีความสำคัญมาก กดดันเฉพาะสภาผู้แทนก็ไม่ได้เฉพาะสว. ก็ไม่ได้ ต้องกดดันทั้งคู่เลย เสียงของประชาชนต้องถึงรัฐบาล ถึงนักการเมือง ไปถึงรัฐสภาก็คือ สส. และ สว.ในเวลาเดียวกัน/ใช่ครับ
ผมว่าจะต้องอาศัยแนวทางที่ว่าเราจะมีการปรับปรุงรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญเพราะว่าอันนี้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญ ถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญเปลี่ยนแล้วปฏิรูปก็ยังค้างคาอยู่ยังไม่เปลี่ยน อีกชาติไหนครับที่จะเปลี่ยนได้