hot - ACT ออกจม.เปิดผนึกถึงอัยการสุงสุดค้านตั้ง ‘เนตร นาคสุข - ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม’ ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น - เตรียมเปิดตัวเครื่องมือใหม่จับโกงงบโควิด ในงาน‘วันต่อต้านคอร์รัปชัน’ 15 ก.ย. นี้ - ACT ออกแถลงการณ์ กรณี ตำรวจและอัยการไม่ส่งฟ้องคดีทายาทนักธุรกิจดังขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ฉบับที่ 2 - ACT ออกแถลงการณ์ เรียกร้องความกระจ่างชัดกรณี ไม่ส่งฟ้องคดีทายาทนักธุรกิจดังขับรถชนตํารวจเสียชีวิตว่า เป็นตามหลักธรรมาภิบาล และความเป็นนิติรัฐหรือไม่ พร้อมประกาศ ต่อสู้ไม่ยอมให้อํานาจอธรรมอยู่เหนือความยุติธรรม - ACT ออก จ.ม.เปิดผนึกค้าน รมว.ยธ. ตั้ง ‘สุพจน์ ทรัพย์ล้อม’ นั่งที่ปรึกษาโครงการเรือนจำอุตสาหกรรม

ประเด็นร้อน

'อดุลย์'สั่งไล่ออกพนักงานสปส.อมเงินคนชรา-ฟันแพ่ง อาญา

โดย ACT โพสเมื่อ Dec 19,2017

- - สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ - -

 

"อดุลย์" ฉุนสั่งไล่ออกพนักงาน สปส. อมเงินคนชราทำเสียชื่อ บี้เอาผิดทั้งแพ่ง -อาญา เร่งเยียวยาผู้เสียหายทุกราย  พร้อมขยายผลตรวจสอบ สปส.ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทบทวนมาตรการอุดช่องโหว่หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย

         

จากที่กรณีข้าราชการ กระทรวงแรงงาน ร้องเรียน สามีเป็นผู้สูงอายุที่เป็นผู้ประกันตน มาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ออมเงินชราภาพได้ประมาณ 1 หมื่นบาท เมื่อยื่นขอลาออกและขอเงินคืน ปรากฏว่าเงิน ส่งไม่ถึงมือจนสืบพบว่าพนักงานประกันสังคม พื้นที่ 3 กทม. เขตดินแดง ยักยอกเงินไปใช้เอง โดยยอมรับว่าทำมาแล้ว 4 ราย และกำลังถูกตั้งกรรมการสอบสวนความผิด

         

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงแรงงาน (ศปก.รง.) ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงทุกกรม รวมทั้ง นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ร่วมประชุม โดยสั่งการถึงปัญหาพนักงาน สปส. ยักยอกเงินออมชราภาพของผู้ประกันตน ว่า เป็นการสร้างความเสียหายให้องค์กรมาก จึงให้ สปส. ไปเร่งดำเนินการ 4 ข้อ  1. ให้ไล่ออกพนักงานที่ทำการทุจริต 2. ให้ดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และอาญา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง 3. หามาตรการเยียวยา ผู้เสียหาย 4. สั่งตรวจสอบทั้งระบบว่ามีปัญหาลักษณะเดียวกัน เกิดขึ้นในสำนักงานอื่น ทั้งใน กทม. และต่างจังหวัดอีกหรือไม่ แล้วให้รายงานผล ให้ทราบโดยเร็ว เพื่อรักษาความเชื่อมั่น โดยให้ผู้ประกันตนส่งข้อมูลร้องเรียนมาได้ที่ ตู้ ปณ.1 ปณฝ.ดินแดง กทม. 10400

         

นพ.สุรเดช กล่าวว่า สปส.ได้ดำเนินการทั้งคดีอาญา ทางแพ่ง และทางวินัย โดยสอบไปแล้ว 3 ครั้ง รวมทั้งมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบ ข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด ขณะนี้อยู่ในชั้นความผิดทางละเมิด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ฟ้องร้องตามมา โดยจะเรียกคืนเงินให้ ผู้ประกันตนทุกคนกลับคืนมา นอกจากนี้ ยังได้ออกมาตรการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่หยิบจับเงินโดยใช้ระบบเข้ามาทำหน้าที่ในการจ่ายสิทธิประโยชน์แทน

         

สั่งสปส.จัดการทั้งวินัย-อาญา

         

ด้านนางเพชรรัตน์ สินอวย รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ ได้สั่งให้สำนักงานประกันสังคม ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญากับผู้กระทำผิดถึงที่สุดกับพนักงานราชการของสำนักงานประกันสังคม ที่ทุจริตเงินสมทบของผู้ประกันตน สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักงานประกันสังคมเปิดให้ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สมัครเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 เพื่อสะสมเงินออมชราภาพ ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2556 - ธ.ค.2557 และให้จ่ายสะสมย้อนหลังได้ถึง พ.ค.2555

         

ทั้งนี้ ผู้เสียหายรายหนึ่งได้สมัครทางเลือกที่ 3 ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครองกรณีชราภาพโดยจ่ายเดือนละ 100 บาท รัฐจ่ายสมทบอีก 100 บาท มีเงินเก็บสะสมอยู่เกือบ 1 หมื่นบาท ต่อมาได้ขอย้ายไป กอช. จึงได้ยื่นขอเงินคืนเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2559 แต่จนถึงใกล้สิ้นปี 2560 ยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว

         

เร่งเยียวยาผู้เสียหายทุกราย

         

นางเพชรรัตน์ กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.อดุลย์ ได้สั่งเร่งเยียวยาผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบ ทุกราย ทันทีและให้สำนักงานประกันสังคม ทบทวนมาตรการทั้งระบบเพื่ออุดช่องโหว่ ไม่ให้มีการกระทำในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก อีกทั้งยังได้สั่งให้โฆษกกระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีดังกล่าว เพื่อรักษาความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคม  หากมีข้อร้องเรียนเพิ่มเติมผู้ประกันตนสามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่กระทรวงแรงงาน ตู้ ปณ.1 ปณฝ.ดินแดง กรุงเทพฯ 10400 หรือโทร สายด่วน 1506

         

เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องจากข้าราชการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานกระทรวงแรงงาน รายหนึ่งว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป สมัครเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 เพื่อสะสมเงินออมชราภาพตั้งแต่เดือน ธ.ค.2556 -ธ.ค.2557 และให้จ่ายสะสมย้อนหลังได้ถึงเดือน พ.ค.2555 ซึ่งสามีของตนอายุกว่า 60 ปี จึงสมัครทางเลือกที่ 3 จะได้รับสิทธิประโยชน์คุ้มครองกรณีชราภาพโดยจ่ายเดือนละ 100 บาท รัฐจ่ายสมทบอีก 100 บาท มีเงินเก็บสะสมอยู่เกือบ 1 หมื่นบาท ต่อมา สปส. ได้ยุบเงินออมชราภาพให้ย้ายไปรวมกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) หากไม่ย้ายก็ให้สิทธิลาออกรับเงินคืน จึงได้ยื่นขอเงินคืนเมื่อ วันที่ 3 ส.ค. 2559 แต่รอจนจะสิ้นปี 2560 ยังไม่ได้เงินคืน จึงออกติดตามจาก สปส.จนรู้ว่ามีคนเบิกเงินส่วนนี้ไปใช้แล้ว และเป็นพนักงานราชการของสปส.เอง

         

เจ้าหน้าที่ยอมรับเงินคนชรา

         

ข้าราชการรายเดิม  เปิดเผยต่อว่า ตอนลาออกได้นำหลักฐานของสามี พร้อมด้วย หน้าบัญชีธนาคารสมุดบัญชีเงินฝาก ไปยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคม กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 3 (สปส.พื้นที่ 3 ดินแดง) ที่ตั้งอยู่ในกระทรวงแรงงานเพื่อให้โอนเงินเข้าบัญชี แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกให้รอรับธนาณัติ ตามที่อยู่จะต้องส่งไปที่ไปรษณีย์หลักสี่ แต่เรื่องเงียบไป ด้วยความที่ตนเป็นข้าราชการ เห็นว่า สปส.เป็นหน่วยงานราชการเหมือนกัน จึงชะล่าใจไม่ติดตามเงินตั้งแต่ไม่ได้รับใน 90 วัน เพิ่งจะมาทวงถามจาก สปส. เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจนได้หมายเลขธนาณัติไปสอบถามจากไปรษณีย์หลักสี่ จนรู้ว่าธนาณัติถูกส่งวันที่ 17 ส.ค.2559 แต่กลับส่งไปที่ไปรษณีย์ดินแดง และเพียง 1 วัน ในวันที่ 18 ส.ค. 2559 มีคนมารับไปจึงเกิดความสงสัยว่าจะเป็นไปได้ เพราะคนอื่นจะรับแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจแต่มันก็เป็นไปแล้ว อยากรู้ว่ามีอะไรมากกว่านี้อีกหรือไม่ จึงขอเข้าพบผู้อำนวยการ สปส.พื้นที่ 3 ดินแดง ซึ่งแนะนำให้ไปแจ้งความแต่ตนอยากดูก่อนว่าจะมีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร

         

"เงินไม่ได้เยอะมาก กลัวจะกระทบกับหน้าที่การงานเพราะเราเป็นข้าราชการ แต่เงินก้อนนี้ สามีตั้งใจออม จึงอยากได้คืน ไม่รู้ว่าพนักงานของ สปส. แอบเอาเงินคนเฒ่าคนแก่ ไปใช้แล้วเท่าไหร่ยังมีคนชราอีกมาก ที่อยากได้เงินออมไว้ใช้ ขึ้นไปถามที่สำนักงาน เจ้าตัวยอมรับว่าเอาไปอ้างว่าไม่มีเงินใช้ ตอนคุยกันเขาร้องไห้ ยอมรับว่าทำมา 4 ราย"

 
 
 
 
 
 
 

#ACTองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน

 

Follow LINE: http://bit.ly/2luX9Dt
Follow Facebook: http://bit.ly/2z1Dxvw