ประเด็นร้อน
รายงานการศึกษา เงื่อนไขและข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยในการสมัครเป็นสมาชิกของ OECD
โดย ACT โพสเมื่อ Apr 21,2026
รายงานการศึกษา เงื่อนไขและข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยในการสมัครเป็นสมาชิกของ OECD
ถึงเวลาประเทศไทยต้องนำแนวทางการต่อต้านคอร์รัปชันขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) มาใช้เป็นหลักในการปฏิรูป โดยหลักการของ OECD จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบและกลไกที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และสามารถตรวจสอบได้ การออกแบบกลไกบริหารของรัฐต้องเน้นการสร้างระบบที่มีการกำกับดูแลที่ดีเป็นอิสระ มีประสิทธิภาพโปร่งใส ตรวจสอบได้ และรับผิดชอบต่อผลประโยชน์ประชาชน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคม ในการกำหนดนโยบาย ออกแบบกฎหมาย ตัดสินใจ และกำกับดูแลร่วมกับรัฐในทุกมิติ เพื่อประเทศของเรา…จะไม่พังเพราะคอร์รัปชัน
โจทย์ใหญ่ที่เป็นความท้าทายของรัฐไทยคือการใช้อำนาจในทางมิชอบ สะท้อนถึงการขาดกลไกที่เข้มแข็งในการจัดการกับปัญหาการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต้องได้รับการแก้ไขด้วยการปฏิรูประดับโครงสร้างอย่างแท้จริง และไม่สามารถแก้ได้ด้วยการออกกฎหมายเพียงอย่างเดียว
การต่อสู้กับคอร์รัปชันจึงเป็นพันธกิจร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน ด้วยการสร้าง "ระบบความซื่อตรงภาครัฐ" (Public Integrity System) ที่เข้มแข็งมีประสิทธิภาพ และไม่ได้จำกัดเพียงแค่บทบาทของหน่วยงานภาครัฐ แต่เป็นรัฐที่เกิดจากการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยการสร้างระบบประเทศให้คนดี “เกิด” ได้จริง โดยไม่ต้องโกง ซึ่งระบบที่ดีจะเกิดเป็นรูปธรรมได้ นั้นต้องมาจาก
1) ผู้นำรัฐบาลต้องแสดงความมุ่งมั่น ลงมือทำจริง
1.1 ยุติระบอบอุปถัมภ์ ไม่แต่งตั้งและปกป้องคนที่พัวพันการทุจริตทุกรูปแบบ และต้องทำให้สังคมเห็นว่ารัฐบาลแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รัฐด้วยหลักคุณธรรม ไม่ใช่ระบบพวกพ้อง
ผู้นำรัฐบาลต้องแสดงความจำนงยึดถือดำเนินนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันและสร้างรัฐบาลเปิดเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและตรวจสอบมากขึ้น โดยวางรากฐานรัฐบาลเปิดให้เป็นวัฒนธรรมการบริหารงาน ที่อยู่บนความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมของประชาชน และกำหนดให้เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของนโยบายและแนวปฏิบัติในภาครัฐ เพื่อสร้างความไว้วางใจต่อประชาชนว่ารัฐบาลและสถาบันสาธารณะมีการกำกับดูแลบริหารจัดการที่ดีและยึดโยงผลประโยชน์ประชาชน ส่งเสริมคนดีให้เติบโตในระบบที่ดี ทำให้สังคมและประชาชนเห็นว่าการแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐพิจารณาจากผลงานเป็นสำคัญและเจ้าหน้าที่รัฐต้องเติบโตได้ดีในระบบที่เน้นความสามารถมากกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัว
1.2 ใช้แนวทางรัฐบาลเปิด (Open Government) สร้างการทำงานร่วมกับประชาชน และสนับสนุนการจัดทำฐานข้อมูลเปิดเพื่อต่อต้านคอร์รัปชันให้สื่อและประชาชนเข้าถึงได้ง่าย
โดยกำหนดแผนงาน เป้าหมาย ตัวชี้วัดที่ชัดเจนของหน่วยงานรัฐทุกระดับ และเร่งผลักดันการทำงาน เชิงรุกเปิดข้อมูลรัฐที่ชัดเจน ครบถ้วน ทันเวลา เชื่อถือได้ และเกี่ยวข้อง พร้อมให้ประชาชนเข้าถึงได้
โดยไม่มีค่าใช้จ่าย มีรูปแบบที่เปิดกว้างและไม่จำกัดลิขสิทธิ์ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปสามารถ อ่านได้ (machine-readable format) ค้นหา ทำความเข้าใจ ใช้งาน และนำกลับไปใช้ใหม่ได้โดยง่าย และเผยแพร่ผ่านช่องทางที่หลากหลาย โดยให้ความสำคัญตามที่ได้ปรึกษาหารือจากภาคเอกชนและประชาชนเพื่อจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลที่จะเผยแพร่
1.3 ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง รับเป็นที่ปรึกษา กรรมการ หรือ มีส่วนได้ส่วนเสียบริษัทเอกชน ทั้งในระหว่างดำรงหรือพ้นจากตำแหน่ง (Post-Public Employment) และเปิดข้อมูลเพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐที่มีตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เพื่อลดคอร์รัปชัน ในขณะเดียวกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการรัฐให้ดีขึ้น โดยกำหนดเกณฑ์การรับงานจากเอกชน ที่ชัดเจนสำหรับการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อป้องกัน ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) รวมถึงควรกำหนดความผิดบทลงโทษทางวินัยเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ออกกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับการไม่ปฏิบัติตามนโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์
1.4 เร่งผลักดันกฎหมายเพิ่มการตรวจสอบรายการธุรกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัยของบุคคลใกล้ชิดนักเมืองตามนิยามกฎหมาย ปปง. และเปิดเผยรายงานตรวจสอบต่อสังคมเป็นประจำ
ตรากฎหมายเพื่อเปิดทางจัดทำฐานข้อมูลเปิดบุคคลใกล้ชิดนักการเมืองให้ประชาชน สื่อและผู้มีหน้าที่ต้องรายงานตามกฎหมายต่างๆ เข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบได้ เช่น ทะเบียนล็อบบี้ยีสต์ เป็นต้น
1.5 เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องอาชญกรรมข้ามชาติ ธุรกิจผิดกฎหมาย
กู้ความเชื่อมั่นของรัฐบาล โดยการดำเนินการที่เด็ดขาดและปรากฏต่อสาธารณะในการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม เป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประเทศ เป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่า "ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย" ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตามหากเข้าไปมีส่วนร่วมในอาชญากรรมข้ามชาติและธุรกิจผิดกฎหมาย
2) ปฏิรูปกฎหมาย ตัดทอนดุลพินิจที่ไม่จำเป็น
2.1 ดำเนินการตามหลัก Regulatory Impact Assessment (RIA) เพื่อประเมินผลกระทบของกฎหมายอย่างรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
โดยจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะเพื่อทำการศึกษาประเมินผลกระทบให้เหมาะสมกับความสำคัญของกฎระเบียบ และวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ (benefit-cost analyses) ที่พิจารณาผลกระทบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ของกฎระเบียบ รวมถึงผลกระทบต่อประชาชนกลุ่มใดที่จะได้รับประโยชน์และกลุ่มใดที่จะต้องแบกรับภาระต้นทุนจากกฎหมาย โดยรัฐบาลต้องสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนร่วมประเมินวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมายเพื่อระบุว่า อำนาจดุลพินิจที่ปรากฏในกฎหมายนั้นสร้างภาระต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ
/2.2 เดินหน้า ...
2.2 เดินหน้า Regulatory Guillotine ทบทวนและยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัย หรือเปิดช่องให้เรียกรับสินบนและเร่งปรับปรุงกฎหมายที่มีผลการศึกษาแล้ว
เร่งปรับปรุงและยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัย เป็นช่องทางไว้เรียกสินบน ลดอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและลดต้นทุนจากกฎระเบียบ โดยสร้างความร่วมมือร่วมกับภาคธุรกิจและประชาชนพิจารณาทบทวนกฎหมาย สะท้อนข้อมูลที่แท้จริง
2.3 ปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการให้สินบนของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD โดยขยายฐานความผิดให้ครอบคลุมทั้ง “การสมคบ การพยายาม และการใช้คนกลาง”
ให้สอดคล้องหลักการ มาตรฐาน คำแนะนำของ OECD โดยบัญญัติกฎหมายกำหนดนิยาม ฐานความผิดและขยายองค์ประกอบความผิดให้ครอบคลุม การสมคบ การพยายาม และการใช้คนกลาง กระทำการแทนเพื่อจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐไทยและการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศ (foreign bribery) เป็นความผิดทางอาญาอย่างชัดเจน บังคับใช้กฎหมายเพื่อลงโทษนิติบุคคลที่ให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ (ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. ม.176 ) อย่างเข้มงวด
2.4 บัญญัติกฎหมายภาษี ห้ามมิให้นำค่าใช้จ่ายที่เข้าข่ายเป็นสินบน มาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท เพื่อลดหย่อนภาษี เป็นความผิด
โดยกำหนดในกฎหมายภาษีอย่างชัดเจนว่า ค่าใช้จ่ายที่เป็นสินบนไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ (Tax Non-Deductibility) เพิ่มบทลงโทษทางแพ่ง-อาญาต่อฐานความผิดนำเงินสินบนบันทึก ในบัญชีนิติบุคคล การเพิกถอนใบอนุญาตหรือการแบนบริษัทที่มีประวัติจ่ายสินบนไม่สามารถเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ กำหนดมาตรฐานการตรวจสอบบัญชีบริษัท
2.5 ผลักดันให้ความผิดฮั้วประมูลเป็นฐานความละเมิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้า
โดยคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ต้องมีหน้าที่กำกับดูแลบังคับใช้กฎหมายละเมิดการแข่งขันทางการค้าตรวจสอบพฤติกรรมร่วมเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ เพื่อลดการผูกขาดสินค้า กีดกันการแข่งขัน เปิดพื้นที่สนามแข่งขันที่เท่าเทียม เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเติบโตได้ ส่งเสริมการลงทุนจากภาคเอกชน และช่วยแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันจากการจัดฮั้วประมูลและกำหนดกฎเกณฑ์กีดกันการแข่งขัน เอื้อเอกชนบางราย
3) เสริมหลักนิติรัฐให้เข้มแข็ง ทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ดำเนินคดีกับผู้โกงทุกรายอย่างเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติ
3.1 เสริมสร้างขีดความสามารถบังคับใช้กฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันและการให้สินบนจริงจัง
เร่งพัฒนาฝึกอบรมเพิ่มศักยภาพของพนักงานสอบสวนใช้แนวทางเชิงรุกในการสืบสวนและดำเนินคดีการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐทั้งไทยและต่างชาติ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพิ่มขีดความสามารถตรวจจับและสืบสวนการติดสินบนข้ามชาติให้แก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
3.2 พัฒนาการสืบสวนและดำเนินคดีสินบน ทั้งในและต่างประเทศ ให้เป็นอิสระจากอิทธิพลทางการเมือง
ออกแบบกระบวนสืบสวนสอบสวนที่เป็นอิสระจากอิทธิพลทางการเมือง พัฒนากลไกเก็บสถิติการสอบสวนและคดีสินบนข้ามชาติและ เปิดเผยให้ประชาชนติดตามผลได้ เพื่อให้การสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสตรวจสอบได้
3.3 ร่วมมือกับนานาชาติในการสอบสวน ส่งผู้ร้ายข้ามแดน และแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงิน
เร่งเสริมสร้างความร่วมมือด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายระหว่างประเทศ (MLA) และการส่งผู้ร้ายข้ามแดนร่วมมือกับประเทศคู่ค้าและประเทศเสี่ยงสูง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินเพื่อ ใช้ตรวจสอบเชิงรุก จับความผิดปกติจากเส้นทางการเงิน โดยเชื่อมโยงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในด้านปราบปรามคอร์รัปชันและฟอกเงิน ด้วยการตรวจสอบเส้นทางการเงินกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงที่ เข้าข่ายเป็นผู้จ่ายสินบน อาทิเช่น บุคคลใกล้ชิดนักการเมือง เจ้าของที่แท้จริงนิติบุคคล ล็อบบี้ยีสต์ เป็นต้น
3.4 ปรับปรุงกระบวนการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสคอร์รัปชัน (Whistle Blower protection) ให้เข้าถึงง่าย ปลอดภัย ปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส ตรวจสอบการแจ้งผลได้
รัฐต้องให้ความคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสเปิดโปงการทุจริตโดยต้องครอบคลุมประโยชน์สาธารณะและป้องกันการคุกคามหรือขัดขวางการตรวจสอบของประชาชนและสื่อมวลชนที่กล้าพูดความจริงเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติ ส่งเสริมการให้ข้อมูล แจ้งเบาะแส พิจารณามาตรการจูงใจให้ผู้ที่มีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องกับการติดสินบนเจ้าพนักงานของรัฐ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่หน่วยงานที่มีอำนาจในการสืบสวนและดำเนินคดี และสร้างกลไกที่เหมาะสมเพื่อนำมาตรการเหล่านี้มาใช้ในการสืบสวนและดำเนินคดีดังกล่าว
4) รัฐดิจิทัล ปิดช่องสินบน เปิดข้อมูลทุกขั้นตอน
4.1 เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกระบวนการให้บริการของรัฐเป็นระบบบริการดิจิทัลที่ลดขั้นตอน ลดเวลารอคอย ลดการพบปะเจ้าหน้าที่และลดสินบน
ปิดช่องเรียกรับเงินสินบนที่ต้องจ่ายเพื่อเร่งรัดในขั้นตอนต่างๆ โดยใช้ระบบดิจิทัลและเปิดเผยข้อมูล เป็นกลไกกำกับดูแลที่ดีมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงระบบและออกแบบการใช้งานที่ยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของบริการที่รัฐจัดหาให้แก่ประชาชน โดยกระบวนการออกแบบต้องทำความเข้าใจความต้องการและเน้นประชาชนผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ตอบโจทย์ประชาชนต้องเน้นที่การเข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก และมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศและไม่สร้างภาระค่าใช้จ่าย ให้ประชาชน
4.2 เปิดเผยข้อมูลชุดข้อมูลทุกขั้นตอนอของการอนุมัติใบอนุญาต การจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้งบประมาณ ให้ประชาชนตรวจสอบและประเมินความพอใจ
กำหนดชุดข้อมูลเพื่อป้องกันคอร์รัปชันที่ต้องรัฐเปิดเผยในระบบที่รวบรวมข้อมูลที่ประชาชนต้องการหรือกระทบต่อสิทธิประโยชน์ให้ตรวจสอบเข้าถึงโดยสะดวก รวมถึงเป็นช่องทางสำหรับประชาชนประเมินผลความพอใจต่อหน่วยงานและบริการ ให้ความเห็นการใช้งบประมาณหรือประเมินความคุ้มค่าของโครงการจัดซื้อจัดจ้างได้ รวมถึงแจ้งเบาะแสถึงผู้นำโดยตรง
5) งบประมาณของประชาชน ต้องโปร่งใส ได้ประโยชน์
5.1 เปิดเผยข้อมูลการจัดทำงบประมาณรายจ่ายทุกขั้นตอนเป็นระบบดิจิทัล ประชาชนต้องมีส่วนร่วมติดสินใจกำหนดงบประมาณ (Participatory Budgeting)
พัฒนากฎหมายและกระบวนการจัดทำงบประมาณแบบประชาชนมีส่วนร่วมกำหนด (Participatory Budgeting) เพื่อให้ประชาชนร่วมออกแบบและตรวจสอบงบประมาณของประเทศว่า "ควรใช้" และ "ถูกใช้" ไปกับเรื่องอะไรบ้าง สามารถตอบโจทย์แก้ไขปัญหาของสังคมได้ตรงจุดได้หรือไม่ รวมถึงขจัดโครงการที่ไม่จำเป็น ฟุ่มเฟือย ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ออกไป เช่น เสาไฟประติมากรรมที่มากเกินจำเป็น อาคารสาธารณะทิ้งร้างต่างๆ รวมถึงปรับปรุงกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเปิดเผยข้อมูลตั้งต้นคำของบประมาณจากทุกหน่วยงานรัฐให้ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบและรับฟังความเห็นของประชาชนไปกำหนดเป็นแผนงบประมาณ เปิดเผยข้อมูลทุกขั้นตอนด้วยระบบดิจิทัลที่โปร่งใส เชื่อมต่อและเข้าถึงง่ายแทนการใช้กระดาษ
5.2 สนับสนุนงบประมาณกลไกป้องกันการทุจริต เช่น ข้อตกลงคุณธรรม Integrity Pact, การสอบทานคุณสมบัติ (Due Diligence) ด้วยเทคนิค Forensic Accounting,และการจัดทำ บัญชีเฝ้าระวัง (Watch List) บริษัทที่อาจก่อความเสียหายแก่รัฐ
เสริมสร้างกลไกป้องกันให้เข้มแข็ง โดยใช้เครื่องมือทางบัญชีนิติวิทยา (Forensic Accounting) ตรวจจับเอกชนแต่ละราย เพื่อหาความเชื่อมโยง (Data Correlations) เพื่อตรวจสอบความสามารถของผู้เสนอราคา เช่น ประวัติผู้ถือหุ้น, ประวัติผลงาน, ความสามารถด้านการเงิน, และบุคลากรสายวิชาชีพด้านต่างๆ รวมถึงจัดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ผู้เสนอราคายื่นแจ้ง และยกระดับการตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อบุคคลและบริษัทที่เข้าร่วมเสนอราคาที่ถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) จากองค์กรระหว่างประเทศหรือรัฐบาลต่างประเทศ และจัดทำฐานข้อมูล Watch List สำหรับสืบค้นบริษัทเอกชนที่มีปัญหาในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แต่ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน เพื่อให้หน่วยงานรัฐพิจารณาอย่างรอบคอบหากจะดำเนินการเข้าทำสัญญากับบริษัทเอกชนในบัญชีนี้ รวมถึงพิจารณาบทลงโทษบริษัทที่ละเมิดกฎหมาย ห้ามเข้าร่วมรับงานจากหน่วยงานของรัฐ
5.3 เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอกชนร่วมเสนอราคาอย่างเป็นธรรม ไม่ถูกกีดกัน
ส่งเสริมการแข่งขันมากขึ้นในทุกการประมูล ทบทวนการขึ้นบัญชีผู้รับเหมา โปร่งใสเปิดเผยข้อมูล
วัดประสิทธิภาพประสิทธิผลได้จริง โดยส่งเสริมกลไกตลาดเสรีเน้นแข่งขัน กติกาเปิดกว้าง แก้ไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เขียนทีโออาร์ที่จูงใจเอกชนให้เข้าแข่งขันมากที่สุด ลดข้อจำกัดที่นำไปสู่การจัดฮั้ว การสมยอม ทลายกลไกผูกขาดผู้ประกอบการทุกรูปแบบ ทบทวนกฎเกณฑ์การขึ้นบัญชีผู้ประกอบการและระบบการจัดชั้นผู้ประกอบการที่ไม่เป็นธรรม เปิดโอกาสเข้าร่วมเสนอราคาจากผู้ประกอบคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างสนามแข่งขันให้เกิดเป็นรูปธรรมในทุกกระบวนจัดซื้อจัดจ้างและ ทุกโครงการร่วมลงทุนรัฐ - เอกชน
5.4 ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่เกิดประโยชน์ การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินที่ไม่ตอบสนองความต้องการประชาชน
เพิ่มความโปร่งใสในการทำหน้าที่ของคณะกรรมการจัดทำราคากลาง ปรับปรุงวิธีการและกระบวนการคำนวนราคากลาง โดยเฉพาะวิธีการได้มาซึ่งราคาวัสดุอุปกรณ์เพื่อป้องกันไม่ให้ราคากลางสูงเกินราคาตลาด และ ราคากลางไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และควรเปิดให้ประชาชน องค์กรภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน มีส่วนร่วมดำเนินการ เพื่อตรวจสอบ ทักท้วงและปรับแก้ให้ได้ราคาตลาดที่มีอยู่จริงและเหมาะสมเป็นปัจจุบัน เพิ่มการมีส่วนร่วมประชาชนตัดสินใจในประเด็นสำคัญ เช่น การพิจารณากลั่นกรองและกำหนดแผนจัดสรรงบประมาณตั้งแต่ระดับท้องถิ่น การเข้าถึงและเชื่อมต่อข้อมูลงบประมาณและการจัดซื้อ ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวกและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
6) เดินหน้าต่อเนื่องด้วย “ระบบที่ดี" สร้างคุณค่าแท้จริง
6.1 ปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐด้วยหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) และกำหนดผู้รับผิดชอบรายประเด็น (Issue-based Accountability) อย่างต่อเนื่อง
กำหนดผู้รับผิดชอบรายประเด็นแต่ละด้าน เช่น ความโปร่งใส ข้อมูลเปิดภาครัฐ การจัดซื้อจัดจ้าง โดยกระบวนการพัฒนามาตรฐานต้องมีผู้รับผิดชอบหลักที่ชัดเจน เพื่อรับประกันการติดตามและประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ เน้นสร้างคุณค่าแท้จริง (Value-driven Reform) การดำเนินการไม่ควรมุ่งเพียง “เก็บคะแนน” เพื่อไต่อันดับ แต่ต้องสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้ กำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนวัดผลได้ โดยประชาชนเป็นมีส่วนร่วมประเมินผล และต้องกำหนดให้ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ มีผลต่อการดำเนินการเป็นรูปธรรม
6.2 สร้างระบบติดตามและประเมินผล เก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ (Monitoring & Evaluation) โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน
เพื่อให้สามารถวัดผลความสำเร็จ ความคืบหน้าของมาตรกรแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่รัฐบาลสั่งการและนำข้อมูลมาใช้ปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อการบริหารจัดการของรัฐมีเครื่องมือและข้อมูลสำหรับการตัดสินใจที่ดีมีประสิทธิภาพ เพราะคอร์รัปชันจะถูกกำจัดด้วยรัฐที่มีประสิทธิภาพ ยกระดับ
มาตรฐานสู่สากล (Benchmarking & Competitiveness) เป้าหมายควรมุ่งไปที่การมีผลการประเมิน ที่ดีขึ้นโดยใช้ตัวชี้วัดของ OECD และองค์กรนานาชาติเป็นเครื่องมือในการประเมินและพัฒนานโยบายอย่างต่อเนื่อง
6.3 ใช้วิธีบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) เป็นเครื่องมือเชิงรุกต่อต้านคอร์รัปชัน
จัดทำประเมินความเสี่ยงคอร์รัปชันในภาครัฐและนำมาตรการป้องกันคอร์รัปชันที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช.เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการรอให้เกิดเหตุคอร์รัปชันแล้วจึงแก้ไข กระบวนการนี้ครอบคลุมตั้งแต่การระบุความเสี่ยง (Identification) การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Analysis) ไปจนถึงการบรรเทาความเสี่ยง (Mitigation) ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องมาบังคับใช้และประกาศให้สาธารณะรับทราบถึงแผนงานและความคืบหน้าผ่านมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นประจำ
..........................................…
รวบรวมโดย : องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ (ACT) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชัน ของภาคเอกชนไทย (CAC) สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม (HAND) ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันฯ จุฬาฯ (KRAC)
ด้วยการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากสำนักพันธกรณีและความร่วมมือระหว่างประเทศ ป.ป.ช. รวมถึงผู้บริหาร OECD ในประเทศไทย
21 เมษายน 2569
