Media & Public Relations

ACT Now EP.4 จับโกงโครตง่ายแค่ปลายนิ้ว

โดย ACT โพสเมื่อ Nov 03,2020

 

 

ACT Now EP.4 จับโกงโคตรง่ายแค่ปลายนิ้ว

 

สวัสดีครับท่านผู้ชมผู้ฟัง วันนี้เราจะต้องมาคุยกันในเรื่องใหญ่ของคนไทย เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดวิกฤตจากไวรัสโควิด-19 ขณะที่ทุกคนกำลังเจอวิกฤตอยู่ก็เหมือนกับว่ามีพระเจ้ากำลังจะยื่นมือเข้ามาช่วยผู้คนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ยากลำบากแต่ถ้าหากเกิดการคอร์รัปชันขึ้นเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาบ่อยครั้งในประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยเงินผัน โครงการเงินกู้มิยาซาว่า โครงการเอื้ออาทร โครงการไทยเข้มแข็งหรือแม้แต่กระทั่งโครงการประชารัฐในรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาก็ล้วนที่เกิดการคอร์รัปชันทั้งนั้น ถ้ายังเป็นอย่างนี้อีกมือพระเจ้าที่ยื่นมาก็จะหดกลับไป สิ่งที่คนไทยควรจะได้รับการช่วยเหลือรับการเยียวยาก็จะไม่เกิดขึ้นแล้วเราจะยอมปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหรือ เราอย่าไปเชื่อนะครับถ้าใครจะบอกว่าเงินครั้งนี้เป็นช่วงวิกฤตของประเทศมีความจำเป็นมาก รับรองว่าทุกอย่างจะโปร่งใสไม่มีการโกงแน่ ไม่จริงหรอกครับ

 

ในประเทศไทยแม้แต่เรื่องที่มีระบบดีเหลือเกิน ใช้ไอทีมากเหลือเกินเราคิดว่าต้องโกงไม่ได้ เขาก็ยังโกงกัน ตัวอย่างชัดเจนที่สุดเลยก็คือการโกง vat ในช่วงที่ผ่านมามีธุรกิจมีข้าราชการจำนวนมากโกงเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม อดีตอธิบดีกรมสรรพากรเองยังเป็นผู้โกงภาษีมูลค่าเพิ่มไปถึง 4,000 ล้านบาท ในช่วงที่เรากำลังวิกฤตมากๆ เลย โรคกําลังระบาดคนจะเป็นจะตายอยู่แล้ว ปรากฏว่าปปช. จับข้อมูลเฉพาะเดือนเมษายน - พฤษภาคมแค่ 2 เดือนเท่านั้นเอง พบว่ามีการโกงงบโควิคอย่างเดียวนะครับ 974 คดี ในการที่เราจะป้องกันไม่ให้เงินที่มีค่าก้อนนี้รั่วไหลไปได้โดยบรรดาคนโกงชาติทั้งหลาย

 

วันนี้เรามีแขกรับเชิญคนสำคัญครับที่จะมาพูดคุยให้เราฟังว่า เราควรจะมีแนวทางอย่างไรหรือมีเครื่องไม้เครื่องมืออย่างไรในการป้องกันไม่ให้เงินก้อนนี้รั่วไหลหรือเป็นเครื่องมือที่ให้ประชาชนรู้ว่าเขาจะมีสิทธิ์มีผลประโยชน์ได้รับอะไรบ้าง แขกรับเชิญวันนี้คือผศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค วันนี้นั่งอยู่กับผมนะครับ ขอบคุณอาจารย์ที่มาพูดคุยกับเราวันนี้นะครับ

อาจารย์คิดอย่างไรเกี่ยวกับเงิน 4 แสนล้านบาทก้อนนี้ เราควรจะทำอย่างไรดีเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนไทยได้เต็มที่ เงิน 4 แสนล้านนี้เป็นงบประมาณสำคัญมากที่จะช่วยให้คนที่ตกทุกข์ได้ยากอยู่ในขณะนี้จากวิกฤตกาล โควิด-19 นี้ จะให้ช่วยรอดพ้นจากอันตรายต่างๆ ในช่วงนี้ไปได้เพราะฉะนั้นจะช่วยให้รอดพ้นไปอย่างไร งบต่างๆต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและสิ่งที่จะช่วยทำให้ใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดก็คือการต้องไม่มีการรั่วไหล ต้องไม่มีการโกงเกิดขึ้นเพราะฉะนั้นหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบการโกงการคอร์รัปชันก็มีหน้าที่อยู่แล้ว แต่เงินงบประมาณที่บอกมามหาศาลมากเลยเพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้ตรวจสอบดูแลงบประมาณเหล่านี้ คงอาศัยเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบดูแลอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้ประชาชนทุกคนเข้าร่วมช่วยดูแลด้วย คำถามก็คือตอนนี้เรามีเหมือนประชาชนจำนวนมากที่ตื่นตัวขึ้นมาแล้ว ตื่นรู้สู้โกงที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันใช้ Active Citizen จำนวนมากที่พร้อมจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้

 

คำถามคือเราจะเพิ่มศักยภาพให้ประชาชนช่วยในการตรวจสอบงบประมาณให้รั่วไหลน้อยที่สุดได้อย่างไรจึงเป็นที่มาของ ACT Ai และการตรวจสอบงบโควิดด้วย ACT Ai ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้พัฒนาขึ้นมาในช่วงปีที่ผ่านมา ในการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการเปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณของภาครัฐ จากที่อาจารย์พูดถึงว่าเรามี ACT Ai อยู่แล้ว ตอนนี้ทราบว่ามีการพัฒนาฟีเจอร์ที่เรียกว่า “จับโกงงบโควิด ด้วย ACTAi” ก็อย่างที่เราได้ทราบไปแล้วงบประมาณส่วนนี้ต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบโดยสภาพัฒน์มาก่อน ถึงจะเข้าไปสู่ครม. แล้วก็การเกิดการจัดซื้อจัดจ้างได้ก็เป็นข้อดีที่ทางสภาพัฒน์ก็เปิดเผยข้อมูลจำนวนหนึ่งออกมากับโครงการที่ได้ผ่านการเข้าไปรับความเห็นต่างๆเหล่านี้ เราก็เลยบอกว่าถ้าข้อมูลมี เราน่าจะข้อมูลนี้มาเสริมสร้างศักยภาพให้กับประชาชนที่จะช่วยกันจับโกง โดยการเอาข้อมูลมาเปิดเผยให้โปร่งใสที่สุดให้เข้าถึงประชาชนได้มากที่สุดและที่สำคัญก็ต้องมีตัวช่วยด้วยว่าโครงการประเภทไหนมีความเสี่ยงต่อการทุจริตสูงหรือต่ำซึ่งเครื่องมือต่างๆเหล่านี้วิธีการตรวจสอบว่ามันมีความเสี่ยงสูงหรือต่ำก็มีการประเมินโดยหน่วยงานที่ทำการตรวจสอบอยู่แล้วในระดับหนึ่ง

 

คำถามก็คือจะไปช่วยอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง

 

อย่างที่ 1 ก็คือเปิดเผยข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้นว่างบประมาณนี้จะถูกไปใช้ประโยชน์อย่างไร ใครจะได้ประโยชน์บ้าง ขอในหน่วยงานไหน ไปลงที่ไหน

อย่างที่ 2 จะสามารถช่วยให้เราได้ตรวจสอบได้ว่าไปกระจุกอยู่ที่ไหนหรือเปล่า ถ้าเกิดไปกระจุกอยู่ตรงไหนพิเศษเราน่าจะเริ่มสงสัยได้ ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าและที่สำคัญที่ว่าติดอาวุธให้คนเพราะว่างบประมาณเยอะมากเลย โครงการจำนวนก็เยอะมากด้วยเช่นกัน ถ้าบอกว่าประชาชนทุกคนช่วยตรวจสอบกัน เราก็ไม่รู้ว่าเราจะไปตรวจสอบที่ไหนก่อน โครงการไหนที่เราจะมีศักยภาพไปร่วมตรวจสอบได้ เพราะฉะนั้นจะมีฟีเจอร์ที่จะช่วยให้คนทุกคนสามารถเข้าไปตรวจสอบงบประมาณที่ตัวเองสนใจได้ สมมุติอาจารย์เป็นนักวิชาการ อาจารย์อาจจะอยากไปดูโครงการที่เกี่ยวข้องกับภาคที่เกี่ยวข้องกับที่อาจารย์สนใจหรือเปล่า หรือบอกว่าบ้านผมอยู่กรุงเทพฯ ผมสนใจโครงการที่มีการพัฒนาอยู่ในกรุงเทพฯ หรือเปล่า สมมุติบางคนบอกอยู่ต่างจังหวัดก็ไปสนใจในบริเวณนั้น โควิด Ai ก็จะช่วยให้กับประชาชนทุกคนสามารถตรวจสอบในสิ่งที่ตนเองสนใจได้ด้วย

 

แล้วฟีเจอร์ในส่วนที่เกี่ยวกับงบโรคโควิด ประชาชนจะได้อะไร “ประชาชนได้รู้ สำคัญเลย” คือถ้าเกิดว่าจะอยากจะจับโกง จะต้านโกงให้ได้ แล้วไม่รู้ก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นี้ปัญหาใหญ่เลย เพราะว่าเราจะไปบอกว่าคนนี้โกงหรือเปล่า เราก็ต้องมีหลักฐานข้อมูล ถ้าจะฟันไปว่าใคร เราจะฟันใคร เราก็ต้องรู้ชัดเจนใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ แต่เดิมประชาชนไม่ค่อยได้รับรู้รับทราบ ดังนั้นหน้าที่ของโควิด Ai หรือ ACT Ai ที่ไปจับโควิด เราจะต้องเอาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณทั้งหมดมาตีแผ่ให้เห็นให้หมด แล้วให้ประชาชนได้เห็นว่างบไปกองอยู่ตรงไหนหรือเปล่า ไปกระจุกอยู่ที่กลุ่มคนใดคนหนึ่งหรือเปล่าและที่สำคัญแต่ละโครงการที่มีการประเมินกันแล้วว่ามีความเสี่ยงต่อการทุจริตมากหรือน้อย มีโครงการไหนบ้าง แต่กระนั้นก็ตามโครงการที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ 4 แสนล้านเยอะมาก หลายร้อยโครงการในช่วงต้นเท่านั้นออกมา เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้ประชาชนไม่ต้องรู้สึกว่าไปตรวจสอบข้อมูลเต็มไปหมดเลย จะต้องมีกระบวนการหนึ่งในโควิด Ai ที่ไปช่วยกลั่นกรองตามความสนใจของประชาชนแต่ละคน ตามความถนัดและความเชี่ยวชาญของประชาชนแต่ละคนด้วย

อาจารย์เป็นนักวิชาการอีกคนนึงเป็นวิศวกรก็อาจจะสนใจข้อมูลคนละประเภทโครงการคนละประเภทกัน แอพนี้ เว็บนี้ จะไปช่วยให้คนแต่ละคนเห็นข้อมูลที่สนใจแล้วไปช่วยตรวจสอบในรายละเอียดได้ อาจารย์กำลังบอกว่าประชาชนที่อยู่ในอำเภอในหมู่บ้านจังหวัดต่างๆ เขาจะสามารถดูได้และก็รู้ว่าเขาจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง เรียกว่ามีแผนที่ประเทศไทยและดูได้ด้วยว่าโครงการไหนไปอยู่ตรงไหนในประเทศของเรา อาจจะมีบ้านเรามีโครงการมาเกิดขึ้นข้างๆ เราได้เลย คือจะรู้ได้เลยว่าในหมู่บ้านเราจะมีงบอะไรมาลงบ้าง แล้วถ้าผมประกอบอาชีพเช่น ผมทำอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ผมอยากรู้โดยรวมๆ ว่าอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในจังหวัดของผมหรือในจังหวัดใกล้เคียงของผม ที่สำคัญเวลาเราไปติดตามแค่ข่าวเฉยๆ เราก็จะเห็นว่ามีโครงการแบบนู้นแบบนี้ แล้วก็ในภาพรวมภาพกว้างๆ เป็นแบบนี้ แต่เราไม่รู้เลยว่าในรายละเอียดจริงๆแล้วแบ่งงบประมาณเป็นอย่างไร เราสนใจเรื่องท่องเที่ยวนี้ไปลงในภูมิภาคบางภูมิภาคที่จริงคนไม่เที่ยวอยู่แล้วหรือเปล่า ควรจะไปลงกับพื้นที่บางพื้นที่มากหรือเปล่า ทำให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของเงินภาษีอากรได้รู้สึกว่าตัวเองสามารถไปตรวจสอบดูแลเงินของตัวเองได้จริงๆ

 

เครื่องมือที่ว่านี้ มั่นใจว่าจับโกงได้แค่ไหนและลำพังระบบไอทีที่เป็น Ai ที่แสนชาญฉลาดจะจับได้จริงหรือเปล่าต้องมีอะไรมาเสริมอีก

สิ่งสำคัญที่สุดเลยคือเครื่องมือก็เป็นแค่เครื่องมือ อาจจะบอกว่าตรงนี้มีความเสี่ยงทุจริตตรงนี้มีความเสี่ยงมากเสี่ยงน้อย สำคัญที่สุดคือประชาชน ประชาชนที่ต้องร่วมกันเข้าไปตรวจสอบ ถ้ามีเครื่องมือที่ดีแค่ไหน แต่ไม่มีคนใช้ ก็จับโกงไม่ได้

 

วันนี้สำคัญมากเลยก็คือเรามีเครื่องมือมีอาวุธหนักและขอให้ช่วยนำไปใช้ ช่วยนำไปตรวจสอบ ถ้ามีคนใช้กับเครื่องมือที่ฉลาดเราจับโกงได้แน่ๆ

ทุกคนในประเทศต้องใช้ได้และใช้ง่ายเพราะถ้ามีเครื่องมือที่ยากมากไปดูข้อมูลเป็นหมื่นเป็นพัน เป็นล้านชุดข้อมูลแล้วไม่ช่วยให้คนเอาไปใช้ไปตรวจสอบได้ง่าย ก็ไม่มีค่าอะไรเราอาจจะไปดูแค่ผ่านๆ แล้วก็เลยไป เพราะฉะนั้นต้องแก้ไขปัญหาและจับโกงได้แค่ปลายนิ้ว ถ้าทำได้แค่ปลายนิ้วน่าสจใจตรงที่ว่าวันนี้ประชาชนทุกคนสามารถมาเป็นนักสืบไซเบอร์ได้ ประชาชนทุกคนสามารถมามีส่วนร่วมในการจับคนโกงได้ง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว อาศัยแค่โทรศัพท์และไอแพดที่ตัวเองมีอยู่แล้ว ไม่ต้องคิดอะไรมาก เรื่องสำคัญเกี่ยวกับเงิน 4 แสนล้านบาท ที่เป็นผลประโยชน์ของพวกเราของคนไทยด้วยกันเอง ถ้าเรารอ รอว่าให้มีคนโกง แล้วให้ ปปช. หรือ สตง. ไปไล่ตรวจสอบไปไล่จับ ถ้าเรารออย่างนั้นจะสายไปเพราะว่าเงินจะสูญไปแล้ว แทนที่จะเอามาเกิดประโยชน์กับพวกเราคนไทยเราจะต้องรอไปอีก 5 ปี 10 ปีกว่าปปช. จะดำเนินคดีเสร็จกว่าจะขึ้นศาลเอาคนโกงไปลงโทษได้เพราะฉะนั้นเมื่อเราเห็นความสำคัญเมื่อเราเห็นแล้วว่าเงินก้อนนี้กำลังจะถูกนำมาใช้เพื่อคนไทยทุกๆคน เราทุกคนไม่ว่าจะอยู่อำเภอไหน จังหวัดไหนสามารถดูได้ว่าเราจะได้อะไรบ้างจากเงินก้อนนี้ พี่น้องของเราชุมชนของเรา คนที่ประกอบอาชีพเดียวกับเรา ใครจะได้อะไรบ้าง ในขณะเดียวกันด้วยเครื่องมือ ACT Ai ที่อาจารย์ต่อภัสสร์ว่าจะทำให้เราคนไทยทุกๆ คนเป็นนักสืบไซเบอร์ได้ง่ายๆ เราจะมาช่วยกันจับคนโกงได้ง่ายๆ ก็คือว่าเราสามารถที่จะสืบค้นข้อมูลไปทำให้รู้ว่าเงิน 4 แสนล้านบาทที่ออกมาเยียวยาจริงไหม ทั่วถึงจริงไหม ถูกใช้อย่างยุติธรรมจริงหรือเปล่า มีใครมีผลประโยชน์ทับซ้อน มีผู้มีอิทธิพลคนไหนเอาเงินไปใช้เป็นประโยชน์กับพวกพ้องหรือเปล่าซึ่งนั้นแปลว่ามีการคดโกงชาติบ้านเมืองเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เราสามารถใช้เครื่องมือให้เป็นประโยชน์ได้เต็มที่ ตั้งคำถามไปบน ACT Ai ว่าทำไมจึงเป็นอย่างนี้ ทำไมจึงไม่ยุติธรรม ทำไมจึงไม่เท่าเทียม ทำไมจึงมีข้อสงสัยอย่างนี้ แล้วหน่วยงานที่เป็นเจ้าของงบประมาณเขาจะต้องมาตอบเรา ถ้าไม่ตอบหรือตอบไม่ได้ เราสามารถใช้เครื่องมือตัวนี้ร้องเรียนโดยตรงไปยังศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ แน่นอนว่าเป็นหน้าที่ของสำนักงานปปช. ปปท. สตง. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ามาให้คำตอบ มาดำเนินการโดยเร็ว ด้วยวิธีนี้เงินจึงจะไม่รั่วไหล ทุกท่านครับในวันนี้เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกๆ คนที่จะต้องมาปกป้องผลประโยชน์ของเราด้วยกันเอง มาใช้เครื่องมือที่เรียกว่าจับโกงงบโควิด ด้วย ACT Ai เราคนไทยทุกคนจะโกงโคตรง่ายด้วยปลายนิ้ว